
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ แคว้นมคธอันรุ่งเรือง ดินแดนที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยพืชพรรณธัญญาหาร และปกครองโดยกษัตริย์ผู้ทรงทศพิธราชธรรม ความสงบสุขและความเจริญรุ่งเรืองจึงแผ่ไพศาลไปทั่วอาณาจักร ณ ใจกลางป่าอันกว้างใหญ่ไพศาล มีช้างป่าตัวหนึ่งซึ่งมิใช่ช้างธรรมดา มันคือ กุรุงคมคา ซึ่งเป็นช้างที่มีรูปร่างสง่างาม สมส่วน งามสง่ากว่าช้างทั้งปวงในป่า ผิวพรรณผุดผ่องดุจสีทองอร่าม นัยน์ตาเปล่งประกายฉายแววแห่งปัญญา กุรุงคมคามีสติปัญญาเฉลียวฉลาดเหนือกว่าสัตว์ทั้งหลายในป่า มันมิได้มีรูปร่างที่น่าเกรงขามเท่านั้น หากแต่มีจิตใจที่เปี่ยมด้วยเมตตาและความโอบอ้อมอารี
กุรุงคมคามีความสุขกับการใช้ชีวิตในป่า ได้ดื่มน้ำใสเย็นจากลำธาร ชมดอกไม้นานาพันธุ์ที่บานสะพรั่ง และเล่นสนุกกับเพื่อนสัตว์ป่า แต่ความสุขนั้นก็มิได้คงอยู่ตลอดไป วันหนึ่งขณะที่กุรุงคมคากำลังเพลิดเพลินกับการอาบน้ำในลำธาร ทันใดนั้นเอง เสียงร้องอันโหยหวนก็ดังแว่วมาแต่ไกล กุรุงคมคาเงยหน้าขึ้นมอง ก็เห็นฝูงลิงป่ากำลังแตกตื่นวิ่งหนีอะไรบางอย่างเข้ามาทางลำธาร
“อ๊าก! ช่วยด้วย! หนีเร็ว!” ลิงตัวหนึ่งร้องเสียงหลง
“เกิดอะไรขึ้น!” กุรุงคมคาถามด้วยความเป็นห่วง
“เสือสมิง! มันกำลังไล่ล่าพวกเรา!” ลิงอีกตัวตอบเสียงสั่น
กุรุงคมคามองไปยังทิศทางที่ฝูงลิงหนีมา ก็เห็นเสือสมิงตัวมหึมา กำลังย่างสามขุมเข้ามาอย่างช้าๆ ดวงตาของมันแดงก่ำราวกับจะลุกเป็นไฟ ฟันแหลมคมของมันแผ่รอยยิ้มอันน่าสะพรึงกลัว กุรุงคมคาทราบดีว่าเสือสมิงเป็นสัตว์ร้ายที่น่ากลัวที่สุดในป่า มันมีพละกำลังมหาศาล และมีเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว
“พวกเจ้าจงหนีไป ข้าจะรับมือเอง!” กุรุงคมคาตะโกนบอกฝูงลิง
ฝูงลิงรีบปีนป่ายต้นไม้สูงหนีไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้กุรุงคมคาเผชิญหน้ากับเสือสมิงเพียงลำพัง
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า! เจ้าช้างโง่! คิดจะมาสู้กับข้าอย่างนั้นรึ!” เสือสมิงหัวเราะเยาะ “ข้าจะฉีกเจ้าเป็นชิ้นๆ แล้วกินให้หนำใจ!”
กุรุงคมคามิได้หวาดกลัว มันรู้ดีว่าตนเองมีพละกำลังเหนือกว่าเสือสมิง แต่หากต่อสู้กันตรงๆ ก็อาจได้รับบาดเจ็บได้ มันจึงคิดแผนการบางอย่างขึ้นมา
“ท่านเสือสมิงผู้ยิ่งใหญ่” กุรุงคมคาพูดด้วยน้ำเสียงนอบน้อม “ข้ามิอาจสู้ท่านได้แน่ แต่ข้ามีของขวัญอันล้ำค่ามามอบให้ท่าน”
เสือสมิงชะงัก เลิกคิ้วด้วยความสงสัย “ของขวัญอันล้ำค่าอะไรกัน?”
“ข้ามีงาอันแข็งแกร่งและสวยงาม” กุรุงคมคาพูดพลางชี้ไปที่งาทั้งสองข้างของตน “ข้าจะมอบงาทั้งสองนี้ให้ท่าน หากท่านสามารถหักมันออกมาได้”
เสือสมิงตาเป็นประกาย มันเห็นว่างาทั้งสองของกุรุงคมคานั้นดูแข็งแรงและมีมูลค่ามาก หากได้ไปคงจะเอาไปขายแลกเปลี่ยนเป็นอาหารได้มากมาย
“จริงรึ!” เสือสมิงถามอย่างโลภเล่ห์ “ถ้าเช่นนั้นจงยื่นงาของเจ้ามาให้ข้า!”
กุรุงคมคากล่าว “ท่านต้องพิสูจน์ว่าท่านมีพละกำลังมากพอที่จะหักมันได้ก่อน”
เสือสมิงไม่รอช้า มันพุ่งเข้าใส่น้ำของกุรุงคมคาอย่างแรง หวังจะใช้ฟันอันแหลมคมกัดกระชากงาออกไป แต่กุรุงคมคาก็หลบหลีกได้อย่างว่องไว
“อุ๊ย!” เสือสมิงร้องลั่น “งาของเจ้าแข็งยิ่งกว่าหินผาเสียอีก!”
“ท่านยังไม่แข็งแรงพอ” กุรุงคมคาพูด “ลองอีกครั้งสิ”
เสือสมิงฮึดสมิงฮึดสู้ มันพุ่งเข้าใส่อีกครั้ง คราวนี้มันกัดเข้าที่งาของกุรุงคมคาอย่างเต็มแรง หวังจะใช้พละกำลังทั้งหมดที่มี แต่ถึงกระนั้น งาก็ยังคงไม่ขยับ
“ฮึ่ม! ข้าไม่เชื่อ! ข้าต้องทำได้!” เสือสมิงตะโกนเสียงดัง มันกระโจนเข้าใส่กุรุงคมคาอีกครั้ง คราวนี้มันใช้หัวโขกเข้าที่งาของกุรุงคมคาอย่างแรงสุดกำลัง
“โครม!” เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว
สิ่งที่เกิดขึ้นคือ งาของกุรุงคมคายังคงไม่เสียหาย แต่หัวของเสือสมิงกลับกระแทกเข้ากับงาอันแข็งแกร่งจนแตกละเอียด มันล้มลงจมกองเลือด ดิ้นทุรนทุราย และสิ้นใจตายในที่สุด
ฝูงสัตว์ป่าที่แอบซ่อนดูอยู่บนต้นไม้ต่างออกมาแสดงความยินดีกับกุรุงคมคา พวกมันขอบคุณที่ช่วยปกป้องพวกมันจากอันตราย
กุรุงคมคาตอบรับด้วยรอยยิ้ม “พวกเราคือเพื่อนกัน เราต้องช่วยเหลือซึ่งกันและกัน”
ตั้งแต่นั้นมา กุรุงคมคาก็เป็นที่รักและเคารพของสัตว์ป่าทั้งหลาย พวกมันรู้ดีว่ากุรุงคมคาเป็นผู้มีปัญญา มีความกล้าหาญ และมีจิตใจอันสูงส่ง
คติธรรม:
ปัญญาและความสุขุมรอบคอบ สามารถเอาชนะพละกำลังและความโหดร้ายได้ การใช้สติปัญญาแก้ไขปัญหา ย่อมดีกว่าการใช้ความรุนแรงโดยตรง
บารมีที่บำเพ็ญ:
ปัญญาบารมี
— In-Article Ad —
ปัญญาและความสุขุมรอบคอบสามารถเอาชนะพละกำลังและความโหดร้ายได้
บารมีที่บำเพ็ญ: ปัญญาบารมี
— Ad Space (728x90) —
111เอกนิบาตอุทายิชาดก ในกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ กรุงสาวัตถี อันเป็นเมืองหลวงที่รุ่งเรืองยิ่งนัก ประดับประดาไป...
💡 วาจาสุภาพอ่อนหวาน ย่อมนำมาซึ่งความรัก ความเมตตา และความเป็นมิตร หากแต่ให้มีปัญญาประกอบด้วย
498ปกิณณกนิบาตม้าผู้มีปัญญาณ ทุ่งหญ้าอันกว้างใหญ่ ที่ซึ่งลมพัดโชยเอื่อยๆ ทำให้ยอดหญ้าเอนไหวไปตามลม มีฝูงม้าป่าอาศั...
💡 ปัญญา คือแสงสว่างที่ช่วยให้เรามองเห็นทางออก และสามารถเอาชนะอุปสรรคที่ยากลำบากได้
102เอกนิบาตมหาสุบินชาดกณ กรุงสาวัตถี พระพุทธองค์ทรงประทับอยู่ ณ วัดพระเชตวัน ขณะนั้น พระเจ้าปเสนทิโกศล ทรงมีพระ...
💡 นิมิตหมายต่างๆ สามารถบ่งบอกถึงความเสื่อมโทรมทางศีลธรรมของสังคม และเป็นเครื่องเตือนใจให้ประพฤติปฏิบัติดี
100เอกนิบาตติมพิณทกชาดก ในอดีตกาลอันไกลโพ้น เมื่อครั้งพระโพธิสัตว์ทรงอุบัติเป็นพระโพธิสัตว์เจ้า ชาตินี้พระองค์...
💡 ความสุขที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่วัตถุหรืออำนาจภายนอก แต่อยู่ที่ความสงบภายในจิตใจ และการปล่อยวางจากกิเลสทั้งปวง
71เอกนิบาตมุฏฐิละชาดก ในอดีตกาลนานมาแล้ว ณ กรุงพาราณสีอันรุ่งเรือง พระโพธิสัตว์ทรงอุบัติเป็นพราหมณ์หนุ่มผู้มี...
💡 ความประมาทนำมาซึ่งความเสื่อม การให้อภัยและการให้โอกาสย่อมนำมาซึ่งการเริ่มต้นใหม่ ความเมตตาและการช่วยเหลือผู้อื่น เป็นคุณธรรมอันประเสริฐที่นำมาซึ่งความสุขที่แท้จริง
15เอกนิบาตอัฏฐิสมาทปนชาดก ในกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ ป่าหิมพานต์อันกว้างใหญ่ไพศาล มีสัตว์ป่าน้อยใหญ่อาศัยอยู่...
💡 การช่วยเหลือผู้อื่นโดยไม่หวังผลตอบแทนย่อมนำมาซึ่งความสุขและความเจริญ.
— Multiplex Ad —